ITE Racing Automotive ทำความรู้จักไฟตัดหมอก ก่อนไปเที่ยวทางไกล

ทำความรู้จักไฟตัดหมอก ก่อนไปเที่ยวทางไกล

ใกล้ถึงช่วงปีใหม่ ช่วงหยุดยาวที่ใครหลายคนเลือกกลับบ้านเกิดของตัวเอง หรือต้องการไปเที่ยวเคาท์ดาวน์ช่วงปีใหม่ แต่การเดินทางไปเที่ยวหรือเดินทางกลับบ้าน ส่วนใหญ่มักใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางเป็นหลัก ซึ่งช่วงปีใหม่แบบนี้อากาศบางพื้นที่เริ่มหนาว มีหมอกลงแล้ว วันนี้เราเลยเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับ ไฟตัดหมอก มาให้คุณ เพื่อให้การขับรถกลับบ้าน หรือเที่ยวช่วงหยุดยาวในหน้าหนาวปลอดภัยมาฝาก 

ทำความรู้จักกับไฟตัดหมอกก่อน 

ไฟตัดหมอกคือระบบแสงที่มีความเข้มข้นสูง เนื่องจากไฟตัดหมอกสามารถส่องแสงได้อย่างเดียวกันกับพื้นถนนและสามารถแผ่กระจายไปได้ไกลประมาณ 30-80 เมตร ด้วยความเข้มข้นแสงที่พัฒนามาอย่างดี เป็นไปให้ไฟตัดหมอกสามารถส่งแสงผ่านหมอกหรือฝนได้ดีเยี่ยม ในประเทศไทยรถยนต์รุ่นใหม่รวมถึงได้รับมาตรฐานในด้านไฟตัดหมอกเป็นจำนวนมาก และมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้การขับขี่ในเงามองถนนสะดวกขึ้น ไฟตัดหมอกมีความสำคัญเพิ่มขึ้นในรถยนต์ในประเทศไทย

การต้องการไฟตัดหมอกอาจขึ้นอยู่กับสถานการณ์และสถานที่ขับรถค่ะ ถ้าคุณขับรถในพื้นที่เมืองที่มีแสงสว่างเพียงพออาจจะไม่ต้องการไฟตัดหมอกมากนัก แต่ถ้าคุณต้องขับรถไปต่างจังหวัดหรือในพื้นที่ที่มีสภาพถนนที่ต่างต่างในช่วงเวลาต่าง ๆ อาจจำเป็นต้องใช้ไฟตัดหมอกเพื่อช่วยให้เห็นถนนในสภาพแวดล้อมนั้นได้ชัดเจนและขับรถได้ปลอดภัยมากขึ้น ดังนั้นความจำเป็นในการใช้งานไฟตัดหมอกจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์และสถานที่ขับรถ

ไฟตัดหมอกใช้ตอนไหน

  • ใช้ตอนขับรถขึ้นเขาแล้วเจอหมอกหนา: เฉพาะเมื่อคุณต้องขับรถขึ้นเขาในช่วงเวลาเช้าหรือกลางคืนที่หมอกมักหนามากขึ้น ไฟตัดหมอกช่วยให้เรามองเห็นถนนที่คดเคี้ยวได้อย่างชัดเจนและขับรถได้ปลอดภัยมากขึ้น
  • ใช้กับถนนที่มีน้ำขังหรือหลังฝนตก: ถนนที่มีน้ำขังหรือหลังฝนตกอาจทำให้ไฟปกติของรถมองไม่เห็นถนนอย่างชัดเจน เนื่องจากน้ำสะท้อนไฟ ในกรณีนี้ ไฟตัดหมอกช่วยให้เรามองเห็นถนนได้อย่างชัดเจนกว่า
  • ใช้กรณีที่มีหมอกหรือควันบดบังทัศนวิสัยในระยะ 50 เมตร: เมื่อมีหมอกหรือควันที่บดบังมองเห็นถนนภายหน้าหรือมีความจำกัดในการมองเห็น การเปิดไฟตัดหมอกจะช่วยเพิ่มความชัดเจนในการมองถนน อย่างไรก็ตามหากคุณขับรถในความหมอกและมีรถอื่น ๆ ระหว่างทาง ควรปิดไฟตัดหมอกเพื่อไม่สะท้อนสู่รถคันอื่น
  • ใช้ช่วงที่มีฝนตกหนัก: การเปิดไฟตัดหมอกช่วยให้มีทัศนวิสัยที่ดีขึ้นในสภาพอากาศฝนตกหนัก มันช่วยให้เรามองเห็นถนนได้อย่างชัดเจนและช่วยผู้ขับรถอื่นเห็นรถของเราได้อย่างชัดเจน
  • ใช้ช่วงกลางคืนที่มีแสงน้อย: โดยเฉพาะเมื่อคุณขับรถผ่านถนนที่ไม่มีไฟส่องทาง ไฟตัดหมอกช่วยให้มีทัศนวิสัยที่ดีมากขึ้นในเวลาที่แสงสว่างน้อย แต่ถ้าคุณเกิดมีรถอื่น ๆ ในบริเวณเดียว ควรปิดไฟตัดหมอกเพื่อไม่สะท้อนสู่ผู้ขับรถคันอื่น

Related Post

ขับรถคนเดียว

ผู้หญิงขับรถคนเดียวต้องระวังอะไรบ้างผู้หญิงขับรถคนเดียวต้องระวังอะไรบ้าง

เพราะว่าการขับรถไปไหนมาไหนเองนัน้สะดวกกว่าที่จะต้องใช้คนอื่นขับ หรือจะต้องมีคนนั่งไปเป็นเพื่อนตลอด เพราะบางครั้งก็อาจจะไม่มีใครว่างไปกับเราในทุกเส้นทาง ซึ่งทำให้สาวๆ ลหายคนตัดสินใจเดินทางคนเดียว โดยเฉพาะการเดินทางไปต่างจังหวัดหรือในพื้นที่เปลี่ยวๆ นั้นจะต้องระมัดระวังให้มากขึ้น ในวันนี้เราจึงเอาเทคนิคข้อควรรู้สำหรับสาวๆที่ต้องขับรถคนเดียวมาฝากกันเลย 1. ขึ้นรถแล้วต้องล็อครถทุกครั้ง หลายคนนั้นชะล่าใจคิดว่าเดี๋ยวเดียวคงไม่มีใครทันทำอะไร แต่จริงๆ แล้ว ถ้ามีคนจ้องอยู่แล้ว เพียงเวลาแค่วินาทีเดียวก็สามารถเข้ามาในรถของเราได้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยทุกครั้งสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน แค่เสี้ยววินาทีเดียวที่คุณไม่ได้ล็อกรถ อาจทำให้ใครเข้ามาประชิดและทำร้ายได้ 2. เลือกจอดรถในที่สว่างใกล้ป้อม รปภ. ใกล้ประตูห้าง  เมื่อจะต้องจอดรถ ควรเลือกจอดในพื้นที่ที่สว่างใกล้ป้อม รปภ หรือประตูห้าง และแนะนำให้จอดแบบถอยหลังเข้าซอง อย่าหันหน้ารถเข้ากำแพง เพราะขณะขึ้นรถอาจมีคนวิ่งเข้ามาประชิดตัวคุณโดยคุณไม่ทันเห็น และควรมองดูรอบ

มาดูแลรถยนต์คันโปรดให้อยู่กับเรานานๆ ดีกว่ามาดูแลรถยนต์คันโปรดให้อยู่กับเรานานๆ ดีกว่า

รถยนต์ เป็นยานพาหนะที่จะมาอำนวยความสะดวกให้เราเดินทางไปได้ในทุกที่ โดยไม่ต้องมารอใคร อยากจะแวะเที่ยวที่ไหนก็แวะได้  แน่นอนว่า ถ้าคุณอยากให้รถยนต์อยู่กับคุณไปนานๆ ก็ควรต้องมีวิธี ดูแลรถ ที่ถูกต้องและเหมาะสมกันซะหน่อย เพื่อให้สมาชิกที่คุณรักไม่ด่วนจากโลกนี้ไปก่อนวัยอันควร วันนี้เราจะชวนทุกคนที่รักรถมาดูแลรถยนต์คันโปรด เพื่อให้อยู่กับเรานานๆ กันเลย 1. ขับขี่อย่างนุ่มนวล การขับขี่รถอย่างนุ่มนวล ทั้งการออกตัวที่ไม่กระโชกโฮกฮากและการเว้นระยะเบรกอย่างเหมาะสม ไม่เพียงช่วยรักษาความสมบูรณ์ของตัวรถให้คงอยู่ยาวนานเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุด้วย 2. ล้างรถอยู่เสมอ  ถ้าอยากให้รถของคุณดูใหม่อยู่ตลอดก็ต้องมีการทำความสะอาดเป็นประจำอาจจะสัปดาห์ละครั้งก็จะทำให้รถของเราดูใหม่อยู่เสมอ รวมถึงการล้างรถยังเป็นการชำระล้างสิ่งสกปรกที่อาจมีฤทธิ์กัดกร่อนและฝังอยู่ในร่องหลืบที่เรามองไม่เห็น ควรทำความสะอาดภายในห้องโดยสารให้สะอาดเอี่ยมด้วยเช่นกัน 3. หมั่นเช็คลมยางให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ลมยางรถยนต์เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้รถยนต์ของคุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะถ้าเกิดคุณไม่หมั่นเช็คลมยาง แล้วพบว่าลมยางไม่เพียงพอ ก็อาจจะส่งผลให้ยางเสื่อมสภาพก่อนกำหนด

เติมน้ำมันเครื่องรถยนต์

5 สัญญาณเตือนที่ชี้ว่าคุณควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องได้แล้ว 5 สัญญาณเตือนที่ชี้ว่าคุณควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องได้แล้ว 

น้ำมันเครื่องคือองค์ประกอบหลักที่สำคัญที่สุดในเครื่องยนต์เพราะถ้าหากขาดสิ่งนี้ไป รถยนต์ก็ไม่สามารถขับเคลื่อนได้เต็มประสิทธิภาพ เพราะเครื่องยนต์จะต้องทำงานหนักมากยิ่งขึ้น ทำให้การระบายความร้อนทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นจึงมีการแนะนำว่าให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก ๆ 6 เดือน เพื่อที่จะรักษาประสิทธิภาพให้กับรถของคุณได้ยาวนานยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามบางครั้งก็มีเหตุประหลาดที่บ่งชี้ว่าคุณควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องได้แล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่ถึงรอบเปลี่ยนก็ตาม  5 สัญญาณเตือนว่าคุณควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องได้แล้ว  หากคุณกำลังขับขี่รถยนต์อยู่แล้วพบว่าเกิดเสียงดังผิดปกติในบริเวณห้องเครื่อง ซึ่งอาจเกิดได้จากหลาย ๆ ปัญหา อาจจะเป็นสายพาน หรือพัดลมระบายอากาศ แต่อีกหนึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นได้กับเครื่องยนต์เลยนั่นก็คือ น้ำมันเครื่องแห้ง ซึ่งทำให้เครื่องยนต์ต้องงานหนักยิ่งขึ้นจนทำให้มีเสียงดังผิดปกติออกมา หากปล่อยไว้นานเกินไปเครื่องยนต์อาจเกิดการสึกหรอเร็วกว่าปกติได้นั่นเอง  หากรู้สึกว่าเหยียบคันเร่งแล้วรถเร่งไม่ขึ้น หรือเร่งได้ช้ากว่าเดิม ได้สันนิษฐานได้เลยว่าน้ำมันเครื่องอาจมีการเสื่อมสภาพการใช้งานแล้ว เนื่องจากมีสิ่งสกปรกที่ตกค้างจากการเผาไหม้เยอะเกินไป จนทำให้น้ำมันหล่อลื่นไม่สะอาดจึงส่งผลให้รถของคุณมีอัตราเร่งที่ช้าลงนั่นเอง  หากสังเกตว่าน้ำมันเครื่องในรถยนต์ของคุณมีสีเทาหรือสีดำ แสดงว่าคุณควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องได้แล้ว