ITE Racing Automotive 5 สัญญาณเตือนที่ชี้ว่าคุณควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องได้แล้ว 

5 สัญญาณเตือนที่ชี้ว่าคุณควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องได้แล้ว 

น้ำมันเครื่องคือองค์ประกอบหลักที่สำคัญที่สุดในเครื่องยนต์เพราะถ้าหากขาดสิ่งนี้ไป รถยนต์ก็ไม่สามารถขับเคลื่อนได้เต็มประสิทธิภาพ เพราะเครื่องยนต์จะต้องทำงานหนักมากยิ่งขึ้น ทำให้การระบายความร้อนทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นจึงมีการแนะนำว่าให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก ๆ 6 เดือน เพื่อที่จะรักษาประสิทธิภาพให้กับรถของคุณได้ยาวนานยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามบางครั้งก็มีเหตุประหลาดที่บ่งชี้ว่าคุณควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องได้แล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่ถึงรอบเปลี่ยนก็ตาม 

5 สัญญาณเตือนว่าคุณควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องได้แล้ว 

  • มีเสียงดังในเครื่องยนต์ 

หากคุณกำลังขับขี่รถยนต์อยู่แล้วพบว่าเกิดเสียงดังผิดปกติในบริเวณห้องเครื่อง ซึ่งอาจเกิดได้จากหลาย ๆ ปัญหา อาจจะเป็นสายพาน หรือพัดลมระบายอากาศ แต่อีกหนึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นได้กับเครื่องยนต์เลยนั่นก็คือ น้ำมันเครื่องแห้ง ซึ่งทำให้เครื่องยนต์ต้องงานหนักยิ่งขึ้นจนทำให้มีเสียงดังผิดปกติออกมา หากปล่อยไว้นานเกินไปเครื่องยนต์อาจเกิดการสึกหรอเร็วกว่าปกติได้นั่นเอง 

  • เร่งไม่ขึ้น 

หากรู้สึกว่าเหยียบคันเร่งแล้วรถเร่งไม่ขึ้น หรือเร่งได้ช้ากว่าเดิม ได้สันนิษฐานได้เลยว่าน้ำมันเครื่องอาจมีการเสื่อมสภาพการใช้งานแล้ว เนื่องจากมีสิ่งสกปรกที่ตกค้างจากการเผาไหม้เยอะเกินไป จนทำให้น้ำมันหล่อลื่นไม่สะอาดจึงส่งผลให้รถของคุณมีอัตราเร่งที่ช้าลงนั่นเอง 

  • สีน้ำมันเครื่อง 

หากสังเกตว่าน้ำมันเครื่องในรถยนต์ของคุณมีสีเทาหรือสีดำ แสดงว่าคุณควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องได้แล้ว เพราะโดยปกติแล้วน้ำมันเครื่องจะต้องมีสีเหลืองอำพันนั่นเอง โดยสีที่เปลี่ยนไปนั้นเกิดจากการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ เสริมด้วยควันละฝุ่นละออกจากถนนจึงทำให้สีน้ำมันเครื่องยนต์นั้นเปลี่ยนไปจากอายุการใช้งานนั่นเอง 

  • รถกินน้ำมันมากขึ้น 

เมื่อรถยนต์ไม่ได้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องมาเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้เครื่องยนต์นั้นมีการเผาไหม้ที่สูงกว่าปกติจนไม่สามารถปั๊มขึ้นมาเลี้ยงลูกสูบได้ ทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักกว่าปกติ ส่งผลให้รถยนต์ของคุณกินน้ำมันมากยิ่งขึ้นนั่นเอง 

  • ควันดำจากท่อไอเสีย 

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่าน้ำมันเครื่องนั้นมีผลต่อเครื่องยนต์อย่างมาก หากน้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพก็จะทำเครื่องยนต์ทำงานหนักยิ่งขึ้นนั่นเอง ส่งผลให้ระบบสันดาปภายในมีปัญหา และปล่อยควันดำออกมาจากท่อไอเสียนั่นเอง 

ทั้งหมดนี้ก็คือสัญญาณเตือนสำคัญที่ว่าคุณควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องได้แล้ว หากรถของคุณมีอาการอย่างที่เราได้ยกตัวอย่างไปข้างต้นแล้วละก็ คุณก็ควรรีบเปลี่ยนน้ำมันเครื่องทันที เพื่อช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น และที่สำคัญยังช่วยให้รถของคุณมีอายุการใช้งานที่ยาวนานยิ่งขึ้นอีกด้วย แนะนำว่าให้คุณเข้าตรวจเช็กระยะทุก 6 เดือนหรือ 2 ครั้งต่อปี จะทำให้คุณมั่นใจได้เลยว่ารถของคุณจะไม่มีปัญหาในขณะที่คุณกำลังขับขี่อย่างแน่นอน 

Related Post

อุบัติเหตุทางรถยนต์

“เคลมประกันครั้งแรก” ต้องทำยังไงบ้าง เรื่องพื้นฐานที่มือใหม่ต้องรู้“เคลมประกันครั้งแรก” ต้องทำยังไงบ้าง เรื่องพื้นฐานที่มือใหม่ต้องรู้

สำหรับมือใหม่หัดขับจำเป็นต้องเข้าใจเรื่อง “การเคลมประกัน” ให้ดี ว่าถ้าหากเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน และจำเป็นต้องแจ้งเคลมเป็นครั้งแรกต้องทำยังไง ใช้เอกสารอะไรบ้าง และไม่ต้องกังวลมากจนเกินไป ขอแค่ตั้งสติให้ดี ต่อจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของบริษัทประกันภัยรถยนต์ ที่จะเข้ามารับผิดชอบค่าใช้จ่ายและความเสียหายที่เกิดขึ้นให้ทั้งหมด เมื่อเกิดอุบัติเหตุต้องแจ้งเคลมยังไง ใช้เอกสารอะไรบ้าง? เมื่อเกิดอุบัติเหตุสิ่งแรกที่อยากให้มือใหม่ทำมาก ๆ คือ “ตั้งสติ” จากนั้นรวบรวมข้อมูล รายละเอียดของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ความเสียหายโดยรวม และสถานที่เกิดเหตุ จากนั้นให้โทรแจ้งไปยังบริษัทประกันที่ทำไว้ พร้อมกับเตรียมเอกสารสำหรับการเคลม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันดังนี้ กรณีไหนบ้าง ที่บริษัทประกันภัยไม่รับเคลม? แม้ว่าคุณจะทำประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 แต่ถ้าหากรถยนต์หรือพฤติกรรมของคุณ “ผิดเงื่อนไขกรมธรรม์”

รถมือสอง

ซื้อรถมือสองอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งานของคุณ ซื้อรถมือสองอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งานของคุณ 

รถมือสอง คือทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ต้องการจะมีรถสักคัน แต่สู้ราคารถป้ายแดงไม่ไหว ซึ่งรถมือสองบางคันก็มีราคาที่สามารถเอื้อมถึงได้ง่าย ๆ แต่การจะซื้อรถที่ผ่านการใช้งานมาแล้วนั้น มีหลายสิ่งหลายอย่างที่คุณต้องพิจารณา และนำมาประกอบตัดสินใจ สำหรับใครที่กำลังเล็งรถมือสองสักคันอยู่ละก็วันนี้เราจะขอแนะนำวิธีการซื้อรถมือสองอย่างไรให้เหมาะกับการใช้งานของคุณ วิธีดูรถมือสองให้ได้รถสภาพดีพร้อมรองรับการใช้งานของคุณได้เป็นอย่างดี  วิธีเลือกซื้อรถมือสองให้ได้สภาพที่ตรงกับความต้องการของคุณ  สภาพภาพภายนอกเป็นสิ่งสำคัญ  สำหรับการเลือกรถมือสองสิ่งแรกที่คุณควรมองเลยนั้นก็คือตัวรถนั้นมีจุดผิดแปลกไป  ไม่ว่าจะเป็น รอยขีดข่วน รอยบุบ รอยยุบ รอยกระแทก รอยสีแตก รอยสนิม รอยต่าง ๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้จากอายุการใช้งานของรถตั้งแต่บริเวณ กระจังหน้า กระจังหลัง ล้อ ประตูข้างทั้งซ้ายและขวา หลังคารถ กระโปรงหน้า กระโปรงหลัง

ทำความรู้จักไฟตัดหมอก ก่อนไปเที่ยวทางไกลทำความรู้จักไฟตัดหมอก ก่อนไปเที่ยวทางไกล

ใกล้ถึงช่วงปีใหม่ ช่วงหยุดยาวที่ใครหลายคนเลือกกลับบ้านเกิดของตัวเอง หรือต้องการไปเที่ยวเคาท์ดาวน์ช่วงปีใหม่ แต่การเดินทางไปเที่ยวหรือเดินทางกลับบ้าน ส่วนใหญ่มักใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางเป็นหลัก ซึ่งช่วงปีใหม่แบบนี้อากาศบางพื้นที่เริ่มหนาว มีหมอกลงแล้ว วันนี้เราเลยเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับ ไฟตัดหมอก มาให้คุณ เพื่อให้การขับรถกลับบ้าน หรือเที่ยวช่วงหยุดยาวในหน้าหนาวปลอดภัยมาฝาก  ทำความรู้จักกับไฟตัดหมอกก่อน  ไฟตัดหมอกคือระบบแสงที่มีความเข้มข้นสูง เนื่องจากไฟตัดหมอกสามารถส่องแสงได้อย่างเดียวกันกับพื้นถนนและสามารถแผ่กระจายไปได้ไกลประมาณ 30-80 เมตร ด้วยความเข้มข้นแสงที่พัฒนามาอย่างดี เป็นไปให้ไฟตัดหมอกสามารถส่งแสงผ่านหมอกหรือฝนได้ดีเยี่ยม ในประเทศไทยรถยนต์รุ่นใหม่รวมถึงได้รับมาตรฐานในด้านไฟตัดหมอกเป็นจำนวนมาก และมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้การขับขี่ในเงามองถนนสะดวกขึ้น ไฟตัดหมอกมีความสำคัญเพิ่มขึ้นในรถยนต์ในประเทศไทย การต้องการไฟตัดหมอกอาจขึ้นอยู่กับสถานการณ์และสถานที่ขับรถค่ะ ถ้าคุณขับรถในพื้นที่เมืองที่มีแสงสว่างเพียงพออาจจะไม่ต้องการไฟตัดหมอกมากนัก แต่ถ้าคุณต้องขับรถไปต่างจังหวัดหรือในพื้นที่ที่มีสภาพถนนที่ต่างต่างในช่วงเวลาต่าง ๆ อาจจำเป็นต้องใช้ไฟตัดหมอกเพื่อช่วยให้เห็นถนนในสภาพแวดล้อมนั้นได้ชัดเจนและขับรถได้ปลอดภัยมากขึ้น ดังนั้นความจำเป็นในการใช้งานไฟตัดหมอกจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์และสถานที่ขับรถ ไฟตัดหมอกใช้ตอนไหน