ITE Racing Automotive มาดูแลรถยนต์คันโปรดให้อยู่กับเรานานๆ ดีกว่า

มาดูแลรถยนต์คันโปรดให้อยู่กับเรานานๆ ดีกว่า

รถยนต์ เป็นยานพาหนะที่จะมาอำนวยความสะดวกให้เราเดินทางไปได้ในทุกที่ โดยไม่ต้องมารอใคร อยากจะแวะเที่ยวที่ไหนก็แวะได้  แน่นอนว่า ถ้าคุณอยากให้รถยนต์อยู่กับคุณไปนานๆ ก็ควรต้องมีวิธี ดูแลรถ ที่ถูกต้องและเหมาะสมกันซะหน่อย เพื่อให้สมาชิกที่คุณรักไม่ด่วนจากโลกนี้ไปก่อนวัยอันควร วันนี้เราจะชวนทุกคนที่รักรถมาดูแลรถยนต์คันโปรด เพื่อให้อยู่กับเรานานๆ กันเลย

1. ขับขี่อย่างนุ่มนวล

การขับขี่รถอย่างนุ่มนวล ทั้งการออกตัวที่ไม่กระโชกโฮกฮากและการเว้นระยะเบรกอย่างเหมาะสม ไม่เพียงช่วยรักษาความสมบูรณ์ของตัวรถให้คงอยู่ยาวนานเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุด้วย

2. ล้างรถอยู่เสมอ 

ถ้าอยากให้รถของคุณดูใหม่อยู่ตลอดก็ต้องมีการทำความสะอาดเป็นประจำอาจจะสัปดาห์ละครั้งก็จะทำให้รถของเราดูใหม่อยู่เสมอ รวมถึงการล้างรถยังเป็นการชำระล้างสิ่งสกปรกที่อาจมีฤทธิ์กัดกร่อนและฝังอยู่ในร่องหลืบที่เรามองไม่เห็น ควรทำความสะอาดภายในห้องโดยสารให้สะอาดเอี่ยมด้วยเช่นกัน

3. หมั่นเช็คลมยางให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์

ลมยางรถยนต์เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้รถยนต์ของคุณทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะถ้าเกิดคุณไม่หมั่นเช็คลมยาง แล้วพบว่าลมยางไม่เพียงพอ ก็อาจจะส่งผลให้ยางเสื่อมสภาพก่อนกำหนด แถมยังเปลืองน้ำมัน และส่งผลให้เกิดผลกระทบต่างๆในการขับรถด้วย

4. สังเกตแบตเตอรี่ 

แบตเตอรี่ส่วนสำคัญของสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในรถ ทั้งเครื่องปรับอากาศ เครื่องเสียง และ

นตอนแรกสุดของการใช้งานรถนั่นคือ “การสตาร์ท” อย่าปล่อยให้แบตเตอรี่น้ำแห้งหรือเมื่อถึงอายุการใช้งาน 1-2 ปี ก็ควรที่จะเปลี่ยนแบตเตอรี่ลูกใหม่ได้

5. เช็คระยะสม่ำเสมอ

ความสำคัญของการเข้าเช็คระยะตามกำหนด คือการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องและตรวจสอบชิ้นส่วนสำคัญต่างๆ ซึ่งมีความจำเป็นทั้งกับรถใหม่และรถมือสอง ช่วยยืดอายุการใช้งานตัวรถและเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่

6. หมั่นเช็กของเหลวในเครื่องยนต์ 

ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่อง, น้ำมันเกียร์, น้ำมันเฟืองท้าย(ถ้ามี), น้ำหล่อเย็น, น้ำมันเบรก นี่คือบรรดาของเหลวซึ่งมีความสำคัญในการทำงานของรถ  หมั่นตรวจเช็กตามระยะ จะช่วยให้ใช้รถได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

7. ระบบเบรก

เพรพาะระบบเบรกนั้นสำคัยอย่างมากสำหรับการใช้รถใช้ถนน ดังนั้นควรจะมีการตรวจเช็คและสังเกตผ้าเบรกอยู่เสมอว่าผ้าเบรกหมดหรือยัง? จานเบรกต้องเจียรหรือเปล่า? และน้ำมันเบรกมีรั่วมีซึม หรือเก่าไปควรเปลี่ยนถ่ายหรือไม่  ต้องตรวจเช็กให้พร้อมใช้งาน เพราทุกจุดล้วนมีผลต่อการขับขี่ที่ส่งผลต่อชีวิตคุณได้

Related Post

เติมน้ำมันเครื่องรถยนต์

5 สัญญาณเตือนที่ชี้ว่าคุณควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องได้แล้ว 5 สัญญาณเตือนที่ชี้ว่าคุณควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องได้แล้ว 

น้ำมันเครื่องคือองค์ประกอบหลักที่สำคัญที่สุดในเครื่องยนต์เพราะถ้าหากขาดสิ่งนี้ไป รถยนต์ก็ไม่สามารถขับเคลื่อนได้เต็มประสิทธิภาพ เพราะเครื่องยนต์จะต้องทำงานหนักมากยิ่งขึ้น ทำให้การระบายความร้อนทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นจึงมีการแนะนำว่าให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก ๆ 6 เดือน เพื่อที่จะรักษาประสิทธิภาพให้กับรถของคุณได้ยาวนานยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามบางครั้งก็มีเหตุประหลาดที่บ่งชี้ว่าคุณควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องได้แล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่ถึงรอบเปลี่ยนก็ตาม  5 สัญญาณเตือนว่าคุณควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องได้แล้ว  หากคุณกำลังขับขี่รถยนต์อยู่แล้วพบว่าเกิดเสียงดังผิดปกติในบริเวณห้องเครื่อง ซึ่งอาจเกิดได้จากหลาย ๆ ปัญหา อาจจะเป็นสายพาน หรือพัดลมระบายอากาศ แต่อีกหนึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นได้กับเครื่องยนต์เลยนั่นก็คือ น้ำมันเครื่องแห้ง ซึ่งทำให้เครื่องยนต์ต้องงานหนักยิ่งขึ้นจนทำให้มีเสียงดังผิดปกติออกมา หากปล่อยไว้นานเกินไปเครื่องยนต์อาจเกิดการสึกหรอเร็วกว่าปกติได้นั่นเอง  หากรู้สึกว่าเหยียบคันเร่งแล้วรถเร่งไม่ขึ้น หรือเร่งได้ช้ากว่าเดิม ได้สันนิษฐานได้เลยว่าน้ำมันเครื่องอาจมีการเสื่อมสภาพการใช้งานแล้ว เนื่องจากมีสิ่งสกปรกที่ตกค้างจากการเผาไหม้เยอะเกินไป จนทำให้น้ำมันหล่อลื่นไม่สะอาดจึงส่งผลให้รถของคุณมีอัตราเร่งที่ช้าลงนั่นเอง  หากสังเกตว่าน้ำมันเครื่องในรถยนต์ของคุณมีสีเทาหรือสีดำ แสดงว่าคุณควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องได้แล้ว

รถยนต์ไฟฟ้า EV

การพัฒนาของรถยนต์ไฟฟ้า EV จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกของการขับขี่อย่างไรการพัฒนาของรถยนต์ไฟฟ้า EV จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงโลกของการขับขี่อย่างไร

โลกของเรากำลังพบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไปอีกขั้น นั่นก็คือการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของยานยนต์ยานพาหนะเปลี่ยนแปลงจากการใช้รถยนต์ที่มีเครื่องสันดาปภายในแบบเดิม ๆ ให้กลายมาเป็นรถยนต์พลังงานแบตเตอรี่ที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ที่อัดแน่นไปด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งการมาของรถยนต์ไฟฟ้า EV นี้จะมีการเปลี่ยนแปลงไปโลกของเราไปในทางไหนบ้าง เราก็มีคำแนะข้อมูลที่น่าสนใจมาแนะนำกัน 1. การขับขี่แบบอัตโนมัติ การเพิ่มขึ้นของรถยนต์ไฟฟ้าเกิดขึ้นพร้อมกับความก้าวหน้าในเทคโนโลยีการขับขี่แบบอัตโนมัติ ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหลายรายกำลังรวมคุณสมบัติอัตโนมัติ เช่น ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ซึ่งปูทางไปสู่อนาคตด้วยรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนด้วยตนเอง การบรรจบกันครั้งนี้กำลังเปลี่ยนแนวคิดเรื่องการเดินทางส่วนบุคคล 2. การเปลี่ยนแปลงของตลาด: จากความนิยมที่เพิ่มขึ้นของรถยนต์ไฟฟ้ากำลังมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด ผู้ผลิตรถยนต์แบบดั้งเดิมกำลังปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มรถยนต์ไฟฟ้าให้มากขึ้น และผู้เข้ามารายใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนเทคโนโลยี กำลังเข้าสู่วงการยานยนต์โดยมุ่งเน้นไปที่รถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ สิ่งนี้นำไปสู่การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นและการประเมินโมเดลธุรกิจภายในอุตสาหกรรมอีกครั้ง 3. การเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่อุปทาน  การเพิ่มขึ้นของ EV ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในห่วงโซ่อุปทานของยานยนต์

อุบัติเหตุทางรถยนต์

“เคลมประกันครั้งแรก” ต้องทำยังไงบ้าง เรื่องพื้นฐานที่มือใหม่ต้องรู้“เคลมประกันครั้งแรก” ต้องทำยังไงบ้าง เรื่องพื้นฐานที่มือใหม่ต้องรู้

สำหรับมือใหม่หัดขับจำเป็นต้องเข้าใจเรื่อง “การเคลมประกัน” ให้ดี ว่าถ้าหากเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน และจำเป็นต้องแจ้งเคลมเป็นครั้งแรกต้องทำยังไง ใช้เอกสารอะไรบ้าง และไม่ต้องกังวลมากจนเกินไป ขอแค่ตั้งสติให้ดี ต่อจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของบริษัทประกันภัยรถยนต์ ที่จะเข้ามารับผิดชอบค่าใช้จ่ายและความเสียหายที่เกิดขึ้นให้ทั้งหมด เมื่อเกิดอุบัติเหตุต้องแจ้งเคลมยังไง ใช้เอกสารอะไรบ้าง? เมื่อเกิดอุบัติเหตุสิ่งแรกที่อยากให้มือใหม่ทำมาก ๆ คือ “ตั้งสติ” จากนั้นรวบรวมข้อมูล รายละเอียดของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ความเสียหายโดยรวม และสถานที่เกิดเหตุ จากนั้นให้โทรแจ้งไปยังบริษัทประกันที่ทำไว้ พร้อมกับเตรียมเอกสารสำหรับการเคลม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันดังนี้ กรณีไหนบ้าง ที่บริษัทประกันภัยไม่รับเคลม? แม้ว่าคุณจะทำประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 แต่ถ้าหากรถยนต์หรือพฤติกรรมของคุณ “ผิดเงื่อนไขกรมธรรม์”