ITE Racing Automotive 4 วิธีเช็กสภาพรถเบื้องต้นก่อนเดินทางไกลที่คุณเองก็ทำได้ 

4 วิธีเช็กสภาพรถเบื้องต้นก่อนเดินทางไกลที่คุณเองก็ทำได้ 

เข้าสู่ช่วงวันหยุดยาวทั้งที หลายคนคงจะมีแผนการเดินทางไปเที่ยวตามต่างจังหวัดกันอย่างแน่นอน บ้างก็อาจจะเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดของแต่ละคนเพื่อชาร์จแบตร่างกายให้พร้อมก่อนกลับมาลุยงานที่แสนวุ่นวายของตัวเอง แต่จะเดินทางทั้งก็ควรตรวจสอบความพร้อมของรถที่ใช้เดินทางก่อนใช่หรือไม่ วันนี้เราจะมาแนะนำ 5 ขั้นตอนตรวจเช็กสภาพรถที่คุณเองก็สามารถทำได้ เพื่อให้คุณสามารถเดินทางโดยสวัสดิภาพ 

4 วิธีเช็กสภาพรถเตรียมความพร้อมก่อนการเดินทางของคุณ 

1. ตรวจสอบความพร้อมของเครื่องยนต์ 

คุณสามารถตรวจสอบความพร้อมของเครื่องยนต์เบื้องต้นได้ง่าย ๆ โดยการสำรวจดูว่ามีสายไฟ หรืออุปกรณ์ใด ๆ ที่ผิดปกติไปหรือเปล่า ขั้วแบตเตอรี่หลุดหรือไม่ มีสัตว์อะไรแอบเข้ามาอาศัยอยู่ในเครื่องยนต์หรือเปล่า น้ำปัดกระจกมีเพียงพอหรือไม่ มีส่วนใดเกิดความเสียหายจากการใช้งานหรือเปล่า เป็นต้น 

2. ตรวจสอบสัญญาณไฟ

สัญญาณไฟในที่นี้คือ ไฟเลี้ยว ไฟหน้า สัญญาณไฟฉุกเฉิน ไฟตัดหมอก มีความผิดปกติหรือไม่ หากมีหลอดไฟขาดหรือไม่สามารถใช้งานได้ ให้คุณเปลี่ยนให้เสร็จก่อนออกเดินทาง หากปล่อยละเลยไม่แก้ไขอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุตามมาได้ระหว่างการเดินทางนั่นเอง 

3. ตรวจสอบยางรถยนต์ 

คุณควรตรวจสอบว่ายางล้อรถของคุณนั้นมีความพร้อมหรือไม่ โดยสังเกตว่ารองยางนั้นยังคงเห็นได้อย่างชัดเจนหรือไม่ ดอกยางยังคงมีเหลืออีกหรือเปล่า หน้ายางต้องไม่มีเหล็ก ตะปู หรือวัตถุแปลกปลอมติดอยู่ ลมยางเพียงพอต่อการเดินทางหรือไม่ โดยการเติมลมนั้นรถแต่ละชนิดจะเติมไม่เท่ากันอย่างเช่น เก๋ง จะเติมอยู่ที่ 30-32 PSI, รถกระบะ ล้อหน้าจะเติมอยู่ที่ 33-35 PSI ล้อหลังเติม 40-42 PSI 

4. เติมของเหลวที่จำเป็นในเครื่องยนต์ 

คุณควรตรวจสอบของเหลวต่าง ๆ ในเครื่องยนต์ของคุณ ไม่ว่าจะเป็น น้ำมันเครื่อง, น้ำมันเบรก, น้ำมันเกียร์, น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์, น้ำฉีดกระจกหน้ารถ และน้ำยาหล่อเย็น โดยถังเก็บของเหลวส่วนใหญ่จะมีขีดบอกระดับตั้งแต่ ต่ำสุด (Min) ไปถึงสูงสุด (Max) คุณควรเติมของเหลวเหล่านี้ให้อยู่ในระดับสูงสุดอยู่เสมอ เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่าการเดินทางของคุณนั้นจะราบรื่นไม่มีปัญหาตามมาในภายหลังนั่นเอง 

สำหรับการตรวจสอบรถก่อนเดินทางนั้นคือสิ่งที่สำคัญสำหรับผู้ที่จะใช้รถใช้ถนนทุกคน ไม่ว่าจะเดินทางใกล้ หรือ ไกล ก็ควรจะตรวจสอบรถให้พร้อมทุกครั้ง เพื่อที่จะสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ไร้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการเดินทางนั่นเอง เพราะฉะนั้นแล้ววิธีการเตรียมตัวพร้อมทั้งหมดที่เราได้แนะนำไปในวันนี้นั้นจะช่วยให้คุณสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยโดยสวัสดิภาพ 

Related Post

มือใหม่ป้ายแดงควรรู้อะไรบ้างมือใหม่ป้ายแดงควรรู้อะไรบ้าง

ใครๆ ก็ฝันอยากจะมีรถป้ายแดงมาขับกันทั้งนั้น สิ่งหนึ่งเพราะความสะดวกในการเดินทาง รวมทั้งยังช่วยให้เราดูดีมากขึ้นด้วย หลายคนคงรู้กันอยู่ว่าการขับรถใหม่ป้ายแดงนั้นมีข้อห้าม หรือข้อปฏิบัติหลายอย่าง วันนี้เราจะชวนมือใหม่ขับป้ายแดงมาดูข้อควรรู้กันเลย 1. ห้ามใช้ป้ายแดงเกิน 30 วัน เมื่อเราซื้อรถพร้อมป้ายแดง จะมีการมัดจำป้ายแดงให้กับบริษัทรถยนต์ เมื่อถึงเวลาจะต้องนำมาคืนและรับเงินนั้นคืน ซึ่งจะมีระยะเวลาในการใช้ป้ายแดง นั่นก็คือ 30 วัน เพื่อรอป้ายสีขาวมาเปลี่ยน แต่อย่างไรก็มีข้อกฎหมายอยู่ว่า หากใช้ป้ายแดงเกินระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนดจะมีความผิดในฐานหลีกเลี่ยงภาษีหรือที่เรียกว่า “ลากป้ายแดง” ซึ่งอย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย โดยมีโทษปรับถึง 10,000 บาทเลยทีเดียว 2. ห้ามวิ่งกลางคืน  หลายคนต่างไม่เชื่อว่ารถป้ายแดงห้ามวิ่งกลางคืน

การซื้อรถใหม่

ข้อควรรู้ก่อนการซื้อรถใหม่ เลือกรถอย่างไรให้ตรงกับความต้องการของคุณข้อควรรู้ก่อนการซื้อรถใหม่ เลือกรถอย่างไรให้ตรงกับความต้องการของคุณ

ความต้องการในการซื้อรถยนต์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บ้างก็ซื้อเอาไว้ใช้ในการทำงาน บ้างก็เอาไว้ใช้เพื่อการเดินทางของครอบครัว ในเมื่อมีจุดประสงค์ในการจะซื้อรถแล้ว แต่ตัวเองยังไม่รู้ว่าจะซื้อรถแบบไหนดีให้เหมาะกับความต้องการของตัวคุณเอง เพราะฉะนั้นแล้วในวันนี้เราจะมาพูดถึงข้อควรรู้ก่อนซื้อรถยนต์ เลือกซื้ออย่างไรให้ตรงกับความต้องการของคุณ ข้อควรพิจารณาก่อนซื้อรถที่คุณต้องรู้  ข้อควรรู้ก่อนซื้อรถใหม่ พิจารณาซื้อรถอย่างไรให้ตรงกับความต้องการของคุณ  เลือกซื้อจากประเภทการใช้งาน สำหรับสิ่งแรกที่คุณควรพิจารณาเลยนั่นก็คือ คุณต้องการนำรถไปใช้ในรูปแบบใด อย่างที่เราทราบกันดีว่ารถยนต์นั้นมีหลายรูปแบบ หลายประเภทให้ผู้ใช้ได้เลือกพิจารณากันไม่ว่าจะเป็น รถขนาดเล็ก (Eco Car), รถเก๋ง, รถปิกอัพ รถอเนกประสงค์ การเลือกซื้อรถนี้คุณต้องคำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้งาน หากคุณต้องใช้งานคนเดียวเดินทางในเมืองก็ให้เลือกรถขนาดเล็ก แต่หากเป็นคนที่เดินทางบ่อย หรือเดินทางไกล ๆ ให้คุณมองเป็นรถในกลุ่ม City Car, SUV,

ทำความรู้จักไฟตัดหมอก ก่อนไปเที่ยวทางไกลทำความรู้จักไฟตัดหมอก ก่อนไปเที่ยวทางไกล

ใกล้ถึงช่วงปีใหม่ ช่วงหยุดยาวที่ใครหลายคนเลือกกลับบ้านเกิดของตัวเอง หรือต้องการไปเที่ยวเคาท์ดาวน์ช่วงปีใหม่ แต่การเดินทางไปเที่ยวหรือเดินทางกลับบ้าน ส่วนใหญ่มักใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางเป็นหลัก ซึ่งช่วงปีใหม่แบบนี้อากาศบางพื้นที่เริ่มหนาว มีหมอกลงแล้ว วันนี้เราเลยเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับ ไฟตัดหมอก มาให้คุณ เพื่อให้การขับรถกลับบ้าน หรือเที่ยวช่วงหยุดยาวในหน้าหนาวปลอดภัยมาฝาก  ทำความรู้จักกับไฟตัดหมอกก่อน  ไฟตัดหมอกคือระบบแสงที่มีความเข้มข้นสูง เนื่องจากไฟตัดหมอกสามารถส่องแสงได้อย่างเดียวกันกับพื้นถนนและสามารถแผ่กระจายไปได้ไกลประมาณ 30-80 เมตร ด้วยความเข้มข้นแสงที่พัฒนามาอย่างดี เป็นไปให้ไฟตัดหมอกสามารถส่งแสงผ่านหมอกหรือฝนได้ดีเยี่ยม ในประเทศไทยรถยนต์รุ่นใหม่รวมถึงได้รับมาตรฐานในด้านไฟตัดหมอกเป็นจำนวนมาก และมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้การขับขี่ในเงามองถนนสะดวกขึ้น ไฟตัดหมอกมีความสำคัญเพิ่มขึ้นในรถยนต์ในประเทศไทย การต้องการไฟตัดหมอกอาจขึ้นอยู่กับสถานการณ์และสถานที่ขับรถค่ะ ถ้าคุณขับรถในพื้นที่เมืองที่มีแสงสว่างเพียงพออาจจะไม่ต้องการไฟตัดหมอกมากนัก แต่ถ้าคุณต้องขับรถไปต่างจังหวัดหรือในพื้นที่ที่มีสภาพถนนที่ต่างต่างในช่วงเวลาต่าง ๆ อาจจำเป็นต้องใช้ไฟตัดหมอกเพื่อช่วยให้เห็นถนนในสภาพแวดล้อมนั้นได้ชัดเจนและขับรถได้ปลอดภัยมากขึ้น ดังนั้นความจำเป็นในการใช้งานไฟตัดหมอกจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์และสถานที่ขับรถ ไฟตัดหมอกใช้ตอนไหน