สำหรับมือใหม่หัดขับจำเป็นต้องเข้าใจเรื่อง “การเคลมประกัน” ให้ดี ว่าถ้าหากเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน และจำเป็นต้องแจ้งเคลมเป็นครั้งแรกต้องทำยังไง ใช้เอกสารอะไรบ้าง และไม่ต้องกังวลมากจนเกินไป ขอแค่ตั้งสติให้ดี ต่อจากนั้นก็เป็นหน้าที่ของบริษัทประกันภัยรถยนต์ ที่จะเข้ามารับผิดชอบค่าใช้จ่ายและความเสียหายที่เกิดขึ้นให้ทั้งหมด
เมื่อเกิดอุบัติเหตุต้องแจ้งเคลมยังไง ใช้เอกสารอะไรบ้าง?
เมื่อเกิดอุบัติเหตุสิ่งแรกที่อยากให้มือใหม่ทำมาก ๆ คือ “ตั้งสติ” จากนั้นรวบรวมข้อมูล รายละเอียดของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ความเสียหายโดยรวม และสถานที่เกิดเหตุ จากนั้นให้โทรแจ้งไปยังบริษัทประกันที่ทำไว้ พร้อมกับเตรียมเอกสารสำหรับการเคลม เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของผู้เอาประกันดังนี้
- ถ่ายรูปหลักฐาน/ความเสียหายที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะทำการเคลื่อนย้ายรถออกจากพื้นที่เกิดเหตุ
- เตรียมกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ บัตรประจำตัวประชาชน ใบขับขี่ และเล่มทะเบียนรถให้พร้อม
- ติดต่อไปยังบริษัทประกันที่ทำไว้ เพื่อแจ้งความเสียหายและแจ้งจุดที่เกิดเหตุ
- เมื่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ มาถึง ทางเจ้าหน้าที่จะออกใบรับรองความเสียหายจากอุบัติเหตุ (ใบเคลม) ให้
- จากนั้นนำรถยนต์ของคุณเข้ารับการซ่อมที่ศูนย์บริการหรืออู่ในเครือได้เลย
กรณีไหนบ้าง ที่บริษัทประกันภัยไม่รับเคลม?
แม้ว่าคุณจะทำประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 แต่ถ้าหากรถยนต์หรือพฤติกรรมของคุณ “ผิดเงื่อนไขกรมธรรม์” ก็มีโอกาสสูงมาก ๆ ที่บริษัทจะไม่รับเคลม แต่จะมีกรณีไหนบ้างไปดูกันเลย
- แต่งรถเพื่อนำไปแข่งขัน เนื่องจากเป็นการใช้รถยนต์ผิดประเภท แถมยังสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น
- นำรถไปใช้งานแบบลากจูง ซึ่งเป็นการใช้รถยนต์ผิดประเภทเช่นเดียวกัน แถมยังทำให้รถยนต์เกิดความเสียหายโดยไม่ได้เกิดจากการใช้รถแบบปกติ
- อุบัติเหตุที่เกิดจากสงคราม การปฏิวัติต่อต้าน อาวุธปรมาณู และความเสียหายจากกัมมันตภาพรังสี
- รถยนต์ที่ใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย เช่น ขนส่งยาเสพติด หรือปล้นทรัพย์สิน
- ผู้ขับขี่ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่า 150 มิลลิกรัม หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเมาแล้วขับ
- ใช้รถนอกอาณาเขตคุ้มครองหรือการขับรถออกไปนอกประเทศ หากจำเป็นต้องใช้นอกอาณาเขตจริง ๆ แนะนำให้แจ้งกับบริษัทประกันก่อน
การทำความเข้าใจเรื่องการเคลมประกัน ว่าแบบไหนเคลมได้แบบไหนไม่ได้ ถือเป็นการ “รักษาสิทธิ์และประโยชน์ของผู้เอาประกัน” แบบเน้น ๆ แถมยังช่วยลดความกังวลเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี ถ้าอยากอุ่นใจตลอดการเดินทาง แน่นอนว่าประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากที่สุด แต่ถ้าจะให้คุ้มค่ากับค่าเบี้ยประกันจริง ๆ แนะนำให้เลือกประเภทประกันภัยที่เหมาะกับการขับขี่ของคุณจะดีที่สุด
